คุณเคยจินตนาการถึงโลกที่ซูเปอร์ฮีโร่ไม่ได้ทำงานเพื่อความยุติธรรมเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องมีสปอนเซอร์ติดบนชุด และต้องแข่งขันกันเก็บคะแนนเพื่อไม่ให้ถูกไล่ออก? นั่นคือโลกของ ‘ไทเกอร์แอนด์บันนี่’ (TIGER & BUNNY) อนิเมะญี่ปุ่นที่ออกอากาศครั้งแรกในปี 2011 และกลายเป็นปรากฏการณ์ที่แฟน ๆ ยังพูดถึงจนถึงทุกวันนี้
ซีรีส์เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การต่อสู้ระหว่างคนดีกับคนร้าย แต่ยังสอดแทรกเสียดสีระบบทุนนิยมและสื่อมวลชนได้อย่างแยบยล พร้อมกับการพัฒนาความสัมพันธ์ของคู่หูหลักที่ทั้งขัดแย้งและอบอุ่นหัวใจ กองบรรณาธิการของเราจะพาคุณไปดำดิ่งสู่โลกของฮีโร่สายธุรกิจนี้ว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง
เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
เรื่องราวเกิดขึ้นในมหานครสเติร์นบิลด์ เมืองที่เต็มไปด้วยผู้มีความสามารถพิเศษที่เรียกว่า ‘เน็กซ์’ ซึ่งหลายคนเลือกที่จะเป็นซูเปอร์ฮีโร่เพื่อปกป้องผู้คน และที่น่าสนใจคือ ฮีโร่เหล่านี้ไม่ได้ทำงานฟรี ๆ แต่เป็นพนักงานของบริษัทต่าง ๆ ที่มีสปอนเซอร์คอยสนับสนุน การจัดอันดับคะแนนความนิยมของฮีโร่แต่ละคนจะถูกถ่ายทอดสดทางรายการ ‘Hero TV’ ยิ่งคะแนนสูงก็ยิ่งมีสปอนเซอร์และโอกาสรอดจากการถูกไล่ออก
ตัวเอกของเรื่องคือ โคเทสึ ที. คาบูรากิ หรือ ไวลด์ไทเกอร์ ฮีโร่รุ่นเก๋าที่เน้นใช้พละกำลัง แต่กลับมีคะแนนความนิยมต่ำติดดิน อยู่มาวันหนึ่งเขาถูกบังคับให้จับคู่กับฮีโร่หน้าใหม่ บาร์นาบี้ บรูคส์ จูเนียร์ หรือ ‘บันนี่’ ที่ใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยและมีคะแนนสูงลิ่ว ความแตกต่างทั้งด้านอายุและแนวคิดทำให้ทั้งคู่ต้องปรับตัวเข้าหากัน ขณะเดียวกันก็ต้องไขปริศนาคดีฆาตกรรมที่เกี่ยวข้องกับพ่อแม่ของบาร์นาบี้ และต่อสู้กับองค์กรลึกลับที่คุกคามเมือง
งานการแสดงและตัวละคร
ไทเกอร์แอนด์บันนี่ มีจุดแข็งที่การพากย์เสียงที่เข้ากับบุคลิกของตัวละครเป็นอย่างมาก ฮิโรอากิ ฮิราตะ ให้เสียงโคเทสึได้อย่างมีชีวิตชีวา ถ่ายทอดความเป็นฮีโร่รุ่นใหญ่ที่ทั้งขี้เล่น อบอุ่น แต่ก็มีความมุ่งมั่น ส่วน มาซาคาสึ โมริตะ ในบทบาร์นาบี้ก็ทำได้ดีเยี่ยม ถ่ายทอดความเย่อหยิ่ง ฉลาด และเปราะบางในเวลาเดียวกัน
ตัวละครอื่น ๆ ก็โดดเด่นไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็น สกายไฮ ฮีโร่ผู้ได้รับความนิยมอันดับ 1 ที่มีบุคลิกสุภาพเหมือนเจ้าชาย ไฟร์เอมเบลม ฮีโร่ข้ามเพศที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ และ บลูโรส สาวน้อยไอดอลที่พยายามรักษาภาพลักษณ์ แต่แอบมีความฝันอื่น ตัวละครแต่ละตัวมีปูมหลังที่น่าสนใจ และมีการพัฒนาที่ชัดเจนตลอดทั้งเรื่อง
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
ซีรีส์นี้กำกับโดย เคย์อิจิ ซาโต้ ซึ่งมีผลงานอย่าง ‘เซนต์เซย่า’ และ ‘เทพมรณะ’ เขาสามารถถ่ายทอดฉากแอ็คชั่นได้อย่างตื่นเต้น เร้าใจ และมีลูกเล่นในการออกแบบท่าไม้ตายของฮีโร่แต่ละคนที่แตกต่างกัน
ในด้านภาพ สตูดิโอซันไรส์ ทำออกมาได้สวยงามและมีสไตล์ โดยเฉพาะการออกแบบชุดฮีโร่ที่ดูทันสมัยและมีสปอนเซอร์โลโก้จริง ๆ (ซึ่งเป็นความร่วมมือกับแบรนด์ดังในชีวิตจริง) การใช้สีสันสดใสและเทคนิคการถ่ายภาพแบบกล้องสะบัดทำให้รู้สึกเหมือนกำลังดูรายการทีวีเรียลลิตี้
ดนตรีประกอบโดย โยชิฮิโระ อิเคะ (จาก ‘เทควเวนท์’ และ ‘เกาะกระหายเลือด’) มีเพลงเปิดอย่าง ‘Orion wo Nazoru’ ของ UNISON SQUARE GARDEN ที่สนุกและเข้ากับธีมของเรื่อง และเพลงประกอบที่ช่วยเสริมอารมณ์ทั้งในฉากต่อสู้และฉากดราม่าได้อย่างลงตัว
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
สิ่งที่ทำให้ ไทเกอร์แอนด์บันนี่ แตกต่างจากอนิเมะฮีโร่เรื่องอื่นคือการตั้งคำถามถึง ‘ธุรกิจ’ ที่อยู่เบื้องหลังการเป็นฮีโร่ ซีรีส์ชวนให้คิดว่า การกระทำเพื่อส่วนรวมจะบริสุทธิ์ได้จริงหรือไม่เมื่อมีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง ความกดดันจากคะแนนนิยม สปอนเซอร์ และสื่อ ทำให้ฮีโร่กลายเป็นสินค้าที่ต้องขายตัวเอง กองบรรณาธิการมองว่านี่คือการเสียดสีสังคมบริโภคนิยมและวัฒนธรรมคนดังได้อย่างเฉียบคม
นอกจากนี้ ความสัมพันธ์ของโคเทสึและบาร์นาบี้ยังเป็นหัวใจของเรื่อง การที่ทั้งคู่ต้องเรียนรู้ที่จะไว้ใจกันและกัน แม้จะมีปมในอดีตและความแตกต่าง เป็นการเล่าเรื่องที่อบอุ่นและมีชั้นเชิง ซีรีส์ยังสอดแทรกประเด็นเรื่องครอบครัว การสูญเสีย และการให้อภัยได้อย่างกลมกลืน แม้บางช่วงอาจจะดูซ้ำซากในรูปแบบ ‘ฮีโร่ประจำสัปดาห์’ แต่โดยรวมแล้วเป็นอนิเมะที่สนุกและมีสาระ
สรุป
โดยรวมแล้ว ‘ไทเกอร์แอนด์บันนี่’ เป็นอนิเมะที่ทั้งสนุกและมีชั้นเชิง เหมาะสำหรับคนที่เบื่อกับสูตรสำเร็จของฮีโร่ทั่วไป และอยากเห็นมุมมองที่ต่างออกไป ถึงแม้จะมีจุดอ่อนเล็กน้อยในเรื่องความซ้ำซากของเนื้อหาในบางช่วง แต่ด้วยการพัฒนาตัวละครที่ยอดเยี่ยมและประเด็นสังคมที่แหลมคม ทำให้เป็นหนึ่งในอนิเมะฮีโร่ที่ควรค่าต่อการดูอย่างยิ่ง
ภาพจากหนัง
👍 จุดเด่น
- +พล็อตเรื่องเสียดสีสังคมทุนนิยมและสื่อได้แยบยล
- +ตัวละครมีมิติและพัฒนาการชัดเจน
- +ฉากแอ็คชั่นสวยงามตื่นเต้น
- +เสียงพากย์และการออกแบบตัวละครโดดเด่น
- +เพลงประกอบเพราะและเข้ากับอารมณ์
👎 จุดด้อย
- −บางตอนอาจรู้สึกซ้ำซากในรูปแบบฮีโร่ปราบวายร้าย
- −เนื้อเรื่องในช่วงแรกอาจช้าไปบ้างสำหรับบางคน
นักแสดงนำ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ปัจจุบันมี 2 ซีซัน รวมทั้งหมด 50 ตอน (ซีซันแรก 25 ตอน และซีซันสอง 25 ตอน) และมีภาพยนตร์อีก 2 เรื่องคือ The Rising และ The Beginning
ไม่เกี่ยวข้อง เป็นผลงานออริจินัลของสตูดิโอซันไรส์และ Bandai Visual แต่ได้รับแรงบันดาลใจจากซูเปอร์ฮีโร่ตะวันตก
สามารถรับชมแบบซับไทยได้ทาง Netflix (เฉพาะบางประเทศ) และมีจำหน่ายในรูปแบบ Blu-ray/DVD ในไทย
ตัวละครหลักคือ Wild Tiger (Kotetsu T. Kaburagi) และ Barnaby Brooks Jr. นอกจากนี้ยังมี Sky High, Fire Emblem, Blue Rose, Dragon Kid, Origami Cyclone และ Rock Bison
โดยรวมเหมาะกับวัยรุ่นขึ้นไป เพราะมีเนื้อหาที่ซับซ้อนเกี่ยวกับธุรกิจและความรุนแรงเล็กน้อย แต่ไม่ถึงกับรุนแรงมาก