เมื่อพูดถึงหนังสยองขวัญที่ Nicolas Cage แสดง บางคนอาจนึกถึง สาปอาถรรพณ์ล่าสุดโลก (The Wicker Man) ฉบับ remake ปี 2006 ที่โด่งดังในฐานะหนังที่ 'แย่จนน่าดู' แต่กองบรรณาธิการของเรามองว่านี่คือผลงานที่มีเสน่ห์ในแบบของมันเอง หนังเล่าเรื่องตำรวจที่เดินทางไปยังเกาะลึกลับเพื่อตามหาเด็กสาวที่หายตัวไป แต่กลับพบกับลัทธิประหลาดที่ซ่อนความลับดำมืดไว้เบื้องหลัง
เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
เอ็ดเวิร์ด มัลลัส (Nicolas Cage) ตำรวจรัฐแคลิฟอร์เนียผู้เคร่งศาสนา ได้รับจดหมายจากคนรักเก่าซิสเตอร์โรส (Kate Beahan) ว่าลูกสาวของเธอหายตัวไปบนเกาะซัมเมอร์เซิลที่ห่างไกล เขาจึงบินไปยังเกาะซึ่งเต็มไปด้วยชุมชนที่ดูเหมือนมีพิธีกรรมโบราณและลัทธิเพแกน เอ็ดเวิร์ดต้องพยายามสืบหาความจริงท่ามกลางความร่วมมือที่แสนจะไม่เป็นมิตรของชาวเกาะ และยิ่งสืบไปก็ยิ่งพบว่าทุกคนมีส่วนเกี่ยวข้องกับปริศนาที่ดำมืดกว่าที่คิด
งานการแสดงและตัวละคร
Nicolas Cage แสดงในสไตล์โอเวอร์แอ็กติ้งที่กลายเป็นเอกลักษณ์ ตั้งแต่ฉากที่เขาตะโกนใส่คนอื่นจนถึงฉากที่เขาสวมหน้ากากหมีและวิ่งไล่คน เรียกเสียงหัวเราะจากผู้ชมได้โดยไม่ตั้งใจ Ellen Burstyn ในบท Sister Summersisle นั้นน่าขนลุกสมบทบาท ขณะที่นักแสดงสมทบอย่าง Frances Conroy และ Leelee Sobieski ก็ทำหน้าที่ได้ดี แม้บทจะบาง แต่ก็ช่วยสร้างบรรยากาศลึกลับของเกาะได้
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
Neil LaBute พยายามสร้างบรรยากาศอึดอัดด้วยภาพสีซีดจางและมุมกล้องที่เน้นความคับแคบ แต่กลับไม่สามารถรักษาความตึงเครียดได้ตลอดเรื่อง ดนตรีประกอบโดย Angelo Badalamenti (จาก Twin Peaks) สร้างความขลัง แต่ถูกใช้อย่างไม่เต็มที่ โดยรวมงานเทคนิคดูเป็นกลาง ไม่ได้เด่นหรือแย่จนน่าสนใจ
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
สาปอาถรรพณ์ล่าสุดโลก remake ของหนังคลาสสิกปี 1973 ถูกวิจารณ์อย่างหนักเพราะเปลี่ยนบทสรุปและโทนจากเดิมที่เน้นความน่าสะพรึงกลัวทางจิตวิทยา มาเป็นหนังสยองขวัญแบบตรงไปตรงมาพร้อมฉากตบตี อย่างไรก็ตาม เมื่อมองในฐานะหนังสยองขวัญสไตล์ 'so bad it's good' มันกลับมอบความบันเทิงที่คาดไม่ถึง การแสดงโอเวอร์ของ Nicolas Cage และบทที่ไร้เหตุผลกลับกลายเป็นจุดขายให้แฟนๆ ใช้ดูขำและเมมส์ หนังยังแฝงคำวิจารณ์ศาสนาจารีตและลัทธิคลั่งศาสนาได้อย่างแยบยล แม้จะทำได้ไม่เนียนเท่าต้นฉบับก็ตาม
สรุป
สาปอาถรรพณ์ล่าสุดโลก คือหนังสยองขวัญที่คุณควรดูถ้าอยากเห็น Nicolas Cage ในฟอร์มสุดติ่งแบบไม่ตั้งใจ แม้บทจะอ่อนและโทนไม่แน่นอน แต่มันกลับให้ความบันเทิงแบบขำกลิ้งและกลายเป็นหนัง cult ไปแล้ว เหมาะสำหรับคอหนังที่ชอบความแย่แบบมีสไตล์ หรืออยากหาหนังดูเล่นในคืนที่อยากหัวเราะมากกว่ากลัว
ภาพจากหนัง
👍 จุดเด่น
- +การแสดงโอเวอร์ของ Nicolas Cage ที่กลายเป็นตำนาน
- +บรรยากาศเกาะลึกลับที่สร้างความอึดอัดได้ดี
- +แฝงคำวิจารณ์สังคมและศาสนาในแบบที่คิดไม่ถึง
👎 จุดด้อย
- −บทดำเนินเรื่องช้าและไร้เหตุผลในหลายจุด
- −โทนหนังไม่แน่นอน ระหว่างจริงจังและตลก
- −ฉากจบถูกเปลี่ยนจนผิดไปจากต้นฉบับ
นักแสดงนำ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ต้นฉบับปี 1973 เป็นหนังสยองขวัญแนวจิตวิทยาที่เน้นบรรยากาศและความน่าสะพรึงกลัวแบบค่อยเป็นค่อยไป ขณะที่ remake เปลี่ยนเป็นสยองขวัญตรงไปตรงมา มีฉากแอ็กชันและการแสดงโอเวอร์ของ Nicolas Cage ซึ่งทำให้หนังมีโทนที่แตกต่างโดยสิ้นเชิง
เพราะการแสดงที่เกินจริงของเขา เช่น ฉากตะโกน 'Not the bees!' และการสวมหน้ากากหมี กลายเป็นมีมในโลกออนไลน์ ทำให้หนังเป็นที่จดจำในฐานะหนังที่แย่แต่น่าดู
ถ้าคุณคาดหวังความน่ากลัวแบบหลอนๆ อาจผิดหวัง เพราะหนังเน้นความประหลาดและไร้เหตุผลมากกว่าความสยองขวัญจริงจัง แต่ก็มีบางฉากที่สร้างความอึดอัดได้พอสมควร
ไม่มีภาคต่อโดยตรง แต่มีหนังต้นฉบับปี 1973 และภาคต่อในชื่อ 'The Wicker Tree' (2011) ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกันโดยตรง